Food & Beverage

ถุงมือ Kevlar

Posted On กันยายน 23, 2016 at 2:18 pm by / No Comments

 

ในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่ามีผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือด้ายถักตรา Kevlar® เป็นจำนวนมากในตลาด หากมองแค่ผิวเผิน ดูเหมือนว่าถุงมือด้ายถักจะเหมือนกันหมด อย่างไรก็ตาม มีตัวแปรมากมายที่เกี่ยวข้องกับการผลิตถุงมือ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการตัดเฉือน

ในบรรดาตัวแปรหลายๆตัว น้ำหนักของถุงมือด้ายถักที่ทำจากเส้นด้ายปั่น Kevlar® 100% เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ทั้งนี้เพราะในการผลิตถุงมมือขนาดใดๆ ปริมาณของด้าย Kevlar® ที่ใช้มีมากเท่าใด การป้องกันก็ย่อมมีมากขึ้นเท่านั้น น้ำหนักโดยทั่วไปต่อถุงมือด้ายถัก Kevlar® หนึ่งคู่จะอยู่ระหว่าง 60-65 กรัม และเป็นไปได้เช่นกันที่จะพบถุงมือที่มีน้ำหนักตามเกณฑ์ปกติแต่ไม่ได้ทำจากด้ายปั่น Kevlar® 100%

ในรูปที่ 1 ด้ายปั่นด้านล่างคือด้ายฝ้ายย้อมสีเหลือง ขณะที่ด้านบนเป็นด้ายปั่น Kevlar® ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเป็นสีธรรมชาติ ซึ่งแสดงถึงความยากในการแยกความแตกต่างระหว่างด้ายปั่นของวัสดุสองชนิด และความจริงข้อนี้ทำให้ผู้ผลิตที่ต้องการลดต้นทุนนำด้ายฝ้ายปั่นย้อมสีเหลืองมาใช้ในการผลิตเพื่อให้ถุงมือได้น้ำหนักตามมาตรฐาน

การป้องกันการตัดเฉือนและการฟันสามารถดูได้จากการรับรอง มาตรฐาน EN 388 โดยในส่วนของถุงมือกันบาด ลักษณะการใช้งานนั้นจะดูได้จาก การทนต่อแรงเฉือน

 

มาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานที่บ่งบอกถึงลักษณะทางกายภาพเชิงกลของถุงมือ ว่ามีความทนต่อการใช้งานในลักษณะใดบ้าง โดยจะใช้เลข4 หลัก โดยในเลขแต่ละหลักจะบ่งบอกถึงลักษณะการทนต่อการใช้งานที่ต่างกันดังต่อไปนี้

  1. การทนต่อการเสียดสี: ขึ้นอยู่กับจำนวนรอบที่ต้องผ่านการเสียดสี
  2. การทนต่อการบาดคม: ขึ้นอยู่กับจำนวนรอบต้องตัดผ่านถุงมือตัวอย่างด้วยความเร็วคงที่
  3. การทนต่อแรงเฉือน: ขึ้นกับแรงเฉือนที่กระทำต่อตัวอย่าง
  4. การทนต่อการเจาะทะลุ: ขึ้นกับแรงเจาะในลักษณะแบบเป็นจุดเดียวที่กระทำต่อตัวอย่าง
Performance level 1 2 3 4 5
a. การทนต่อการเสียดสี (รอบ) 100 500 2000 8000 n/a
b. การทนต่อการบาดคม (factor) 1.2 2.5 5.0 10.0 20.0
c. การทนต่อแรงเฉือน (นิวตัน) 10 25 50 75 n/a
d. การทนต่อการเจาะทะลุ (นิวตัน) 20 60 100 150 n/a